การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

ธนาคารไทยเครดิตมุ่งมั่นในการปกป้องข้อมูลของลูกค้าและบุคลากร โดยเชื่อมโยงการดำเนินงานกับสร้างระบบเทคโนโลยีที่มั่นคงและปลอดภัย (Cyber Resilience) การพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) และสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลอย่างต่อเนื่อง

โครงสร้างพื้นฐานนวัตกรรมและอุตสาหกรรม
เป้าหมายที่ 9
อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน
ความสงบสุขยุติธรรมและสถาบันที่เข้มแข็ง
เป้าหมายที่ 16
สันติภาพ ความยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

ลูกค้า
ผู้ใช้บริการออนไลน์ เช่น Alpha App และ Micro Pay
พนักงาน
ผู้ปฏิบัติงานที่ต้องเข้าถึงหรือจัดการข้อมูลลูกค้าโดยตรง
หน่วยงานกำกับดูแล
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC)
พันธมิตรเทคโนโลยี
ผู้ให้บริการระบบคลาวด์, ความปลอดภัยเครือข่าย และระบบ DLP

เป้าหมายของเรา

ธนาคารได้ดำเนินการตาม Cyber Resilience Management Framework ครอบคลุมทั้งด้านความปลอดภัยไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยมีผลการดำเนินงานสำคัญในปี 2567 ได้แก่

ระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยข้อมูล (Data Security & Privacy Management)
  • มีมาตรการ 3 ด้าน ความลับของข้อมูล (Confidentiality), ความถูกต้อง (Integrity), และความพร้อมใช้งาน (Availability)
  • ตรวจสอบและทดสอบระบบสำรองข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ
การบริหารจัดการเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหล (Data Breach Management)
  1. รับแจ้งเหตุและตรวจสอบความเสียหาย
  2. วิเคราะห์ ประเมินผลกระทบ และรายงานต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
  3. แจ้งหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายตามแต่กรณี
รณรงค์ป้องกันข้อมูลรั่วไหล (DLP – Data Loss Prevention)
  • เริ่มโครงการวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567
  • มีการสื่อสารเตือนพนักงาน “อย่าส่งงานเข้าอีเมลส่วนตัว”
  • ระบบอัตโนมัติช่วยบล็อกการส่งข้อมูลที่เข้าข่ายความเสี่ยง
ช่องทางติดต่อและร้องเรียนด้านข้อมูลส่วนบุคคล
Call Center: 0-2697-5454
Email: pdpu@thaicreditbank.com / complain_center@thaicreditbank.com (สำหรับลูกค้า)

ผลการดำเนินงาน

เหตุการณ์หรือกรณีที่บริษัทถูกโจมตีทางไซเบอร์
0
ครั้ง
เหตุการณ์หรือกรณีข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล
0
ครั้ง

ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ

ปัจจุบันภัยคุกคามที่มาพร้อมกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีผ่านเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ มีความซับซ้อนมากขึ้น รวมทั้งจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีความต้องการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างไม่มีข้อจำกัด ด้วยวิธีการหรือช่องทางที่หลากหลาย เช่น Mobile Application Omni-channel เป็นต้น ซึ่งการใช้เทคโนโลยีที่มากขึ้นอาจทำให้เกิดช่องโหว่และความไม่ปลอดภัยทางไซเบอร์เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ธนาคารกำหนดกรอบการบริหารความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ของธนาคารอย่างเหมาะสม รวมถึงมุ่งมั่นสร้างความตระหนักในการบริหารความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT risk awareness) โดยกำหนดให้พนักงานทุกคนในองค์กรทำความเข้าใจและยอมรับการปฏิบัติตามนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและผู้ใช้ระบบงานเกิดความตระหนักในความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Risk Awareness) และการผลักดันองค์กรให้เป็น IT Risk Culture เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ ความสามารถในการแข่งขัน มีความมั่นคงและปลอดภัย พร้อมรับมือกับความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Resilience Management) ที่อาจจะเกิดขึ้น

ความท้าทาย
  • ภัยไซเบอร์รูปแบบใหม่ เช่น Phishing, Ransomware, Deepfake และการหลอกลวงทางอีเมล
  • การรักษาสมดุลระหว่าง “ความปลอดภัยของข้อมูล” กับ “ความสะดวกในการให้บริการลูกค้า”
โอกาส
  • การลงทุนในระบบความปลอดภัยขั้นสูง เช่น Two-Factor Authentication และ VPN ผ่าน Cisco AnyConnect เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้ลูกค้า
  • การพัฒนาเทคโนโลยี DLP (Data Loss Prevention) ช่วยลดความเสี่ยงเชิงรุก
  • การเสริมสร้างชื่อเสียงของธนาคารในฐานะ “องค์กรการเงินที่เชื่อถือได้และโปร่งใส”

แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า

ธนาคารมีความมุ่งมั่นพัฒนาการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการรักษาความปลอดภัยจากภัยไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง ในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยเทคโนโลยีที่มีเสถียรภาพ กำหนดมาตรการด้านการรักษาความปลอดภัยเทคโนโลยีเชิงรุก พัฒนาทักษะความรู้ความสามารถของบุคลากร ซึ่งเป็นส่วนสำคัญต่อปกป้องความปลอดภัยต่อระบบและข้อมูลเพื่อจัดการความเสี่ยงที่เกิดจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่พัฒนาตลอดเวลา โดยมีเป้าหมาย ดังนี้

  1. การรักษาความลับของระบบและข้อมูล (Confidentiality)
  2. ความถูกต้องเชื่อถือได้ของระบบ และข้อมูล (Integrity)
  3. ความพร้อมใช้งานของเทคโนโลยี สารสนเทศ (availability)

นอกจากนี้ ในการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการทางการเงินแก่ลูกค้า และการพัฒนาช่องทางการบริการ (Digital platform) ธนาคารมีการกำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Risk appetite ) ระดับองค์กร เพื่อใช้ในติดตาม และบริหารจัดการความเสี่ยงที่สำคัญได้อย่างเหมาะสม มีแผนการกำกับดูแลความเสี่ยงด้านไซเบอร์ คือ การนำ Cyber Resilience Management Framework ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด มาปรับใช้กับธนาคาร ดังนี้

ธนาคารได้มีการแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงให้มีหน้าที่ความรับผิดชอบในการกำกับดูแลด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ มีการกำหนดนโยบายด้านการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและระบบสารสนเทศซึ่งครอบคลุมทุกประเด็นสำคัญ จัดทำคู่มือ/แนวปฏิบัติที่ใช้ในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและระบบสารสนเทศ และสื่อสารให้แก่พนักงานทุกคนได้รับทราบผ่านช่องทางสื่อสารต่างๆของธนาคาร มีการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย การทำกรณีศึกษา ประกอบในการให้ความรู้เรื่องความเสี่ยงและภัยทางไซเบอร์อยู่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้พนักงานได้มีความเข้าใจและตระหนักถึงความเสี่ยงและภัยที่มากจากไซเบอร์รวมถึงวิธีการปฏิบัติที่เหมาะสมเพื่อให้ธนาคาร พนักงาน และลูกค้าปลอดภัยจากภัยดังกล่าว