การบริหารจัดการนวัตกรรม
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
ธนาคารไทยเครดิตส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมเพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
นวัตกรรมหลัก

- Alpha by Thai Credit และ Micro Pay e-Wallet ช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงระบบธนาคารและบริการทางการเงินได้ง่ายขึ้น
- ความร่วมมือในการการพัฒนา Open Banking ของธนาคาร ร่วมกับแพลตฟอร์มดิจิทัลทรูมันนี่ และแอสเซนต์ นาโน เพื่อขยายฐานลูกค้าสินเชื่อส่วนบุคคลของธนาคาร
สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของธนาคารในการสร้างระบบการเงินที่ทั่วถึง (Financial Inclusion) และลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ
ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

เป้าหมายของเรา
ธนาคารมุ่งพัฒนาและต่อยอดนวัตกรรมทางการเงินเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ โดยมีผลการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม ดังนี้
จำนวนผู้ใช้งานนวัตกรรม (บัญชี)
มูลค่าธุรกรรมรวม (พันล้านบาท)
| นวัตกรรม | ผู้ใช้งาน | มูลค่าธุรกรรมรวม |
|---|---|---|
| Micro Pay e-Wallet | 662,883 บัญชี | 25.10 พันล้านบาท |
| alpha by Thai Credit | 66,057 บัญชี | 32.80 พันล้านบาท |
| Open Banking | - | 17.94 พันล้านบาท |
รวมถึงการพัฒนา Credit Scoring System ที่ใช้ Machine Learning เพื่อเพิ่มความแม่นยำและลดความเสี่ยงด้านเครดิต
ผลการดำเนินงาน
ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ
ธนาคารเผชิญความท้าทายจาก
- การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใช้บริการดิจิทัล
- การแข่งขันในตลาดฟินเทคที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้กลับสร้าง “โอกาส” ให้ธนาคารสามารถต่อยอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับบริการ และขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ
แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า

ธนาคารกำหนดแนวทางบริหารจัดการนวัตกรรม
ภายใต้กรอบ Product Life Cycle และ Product Program

ครอบคลุมการกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์
การกำกับความเสี่ยงด้านเครดิต และการบริหารข้อมูลลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ

มุ่งพัฒนาแอปพลิเคชันทางการเงินใหม่ ๆ
เช่น Alpha by Thai Credit และ Micro Pay e-Wallet ให้มีความสะดวก ปลอดภัย และตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่

พัฒนา Open Banking และ Credit Scoring
เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างธนาคารและสถาบันพันธมิตร
ผลลัพธ์คือ การยกระดับคุณภาพบริการและสร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้าในระยะยาว